วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

ภาพลวงตา หมายถึงภาพที่หลอกตาให้มองเห็นและรับรู้ผิดพลาดไปจากความจริง ส่วนใหญ่สายตาจะรับรู้ผิดพลาดเกี่ยวกับรูปทาง ขนาด และ สี

ตาของทุกคน บางครั้งไม่ได้เห็นสิ่งที่เป็นอยู่จริง และสามารถหลอกได้ไม่ยากนัก ก่อนที่จะกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาพลวงตา ขอกล่าวถึงการทำงานประสานกันระหว่างตาและสมองดังนี้ ตาและสมองทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดมาก โดยตาเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่รับภาพเข้ามา ส่วนสมองทำงหน้าที่ประมวลผล และวิเคราะห์ว่าภาพที่รับเข้ามานั้นเป็นภาพอะไร มีสีอะไร เป็นภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่ง เมื่องแสงจากวัตถุกระทบเลนส์ตา จะเกิดการหักเหและปรากฏเป็นภาพจริง

การทำงานประสานกันระหว่างตาและสมอง

2

สาเหตุของการเกิดภาพลวงตา

1. เกิดจากความสามารถในการกวาดสายตาในแนวดิ่งและแนวราบไม่เท่ากัน

3


2. เกิดจากตาสองข้างส่งข้อมูลที่แตกต่างไปยังสมอง

4


3. เกิดจากการเติมสิ่งหนึ่งสิ่งใด ( เช่นภาพแรกที่จริงๆแล้วเป็นเส้นขนาน )

5


4. เกิดจากการเกิดมุมหรือตัดกันของเส้น

6


5. เกิดจากการเปรียบเทียบ หรือขนาดสัมพัทธ์ (Relative size )
7

6. เกิดจากสิ่งแวดล้อม

10

101

7. เกิดจากการมองเห็นภาพด้วยนัยน์ตาทั้งสองข้าง

13

การชี้นิ้วจากมือทั้งสองข้างเข้าหากันในระดับสายตาห่างจากนัยน์ตาประมาณ 25 เซ็นติเมตร แล้วก็ใช้นัยน์ตาทั้งสองข้างมองไปที่ปลายนิ้วทั้งสองแล้วค่อยๆเลื่อนนิ้ว เข้าหากัน
จะเกิดภาพดังรูป

8. เกิดจากเซลล์ประสาทมีขีดจำกัดในการรับรู้

15

เราจะเห็นภาพลวงตาสีเทา บริเวณจุดตัดของตารางเกิดจากเซลล์ประสาทมีขีดจำกัดในการรับรู้ ภาพแบบนี้เราเรียกว่า ( Grid illusion )
คิดค้นโดย ลูดิมาร์ เฮอร์มันน์ ในปี พ.ศ. 2413

9. เกิดจากสมบัติของแสง

ภาพลวงตาที่เกิดจากการสะท้อนของแสงทำให้เห็นภาพที่มีขนาดใหญ่กว่าวัถุของจริง

16

167

หากเป็นกระจกนูนก็จะมีขนาดเล็กลงกว่าของจริง

ข้อมูลจาก electron.rmutphysics.com

ชุดภาพหลอกตา – ภาพนิ่ง

24

มันคือเส้นขนานครับ

121

131

รูปเด็กน้อย

16

เสาเป็นสีเหลี่ยมหรือวงกลม

x3593573-151

หน้าคน


สีเหลี่ยมจัตุรัส

x3593573-170

เส้นที่เห็นเป็นเส้นตรง

x3593573-199

สีเขียวนั้นเป็นสีเดียวกัน

ชุดภาพหลอกตา – เคลื่อนไหว

14


ขอบคุณทุกคนนะค่ะ............ที่เม้นมาให้..........ดิฉันนางสาวลลิตา สุวี.........

ขอขอบคุณค่ะ........(จากใจ)



การสะท้อนแสง (Reflection)

การสะท้อนแสง หมายถึง การที่แสงไปกระทบกับตัวกลางแล้วสะท้อนไปในทิศทางอื่นหรือสะท้อนกลับมาทิศทาง เดิมการสะท้อนของแสงนั้นขึ้นอยู่กับพื้นผิวของวัตถุด้วยว่าเรียบหรือหยาบโดย ทั่วไปพื้นผิวที่เรียบและมันจะทำให้มุมของแสงที่ตกกระทบมีค่าเท่ากับมุม สะท้อนตำแหน่งที่แสงตกกระทบกับแสงสะท้อนบนพื้นผิวจะเป็นตำแหน่งเดียวกันดัง รูปที่ 4.1 ก. ลักษณะของวัตถุดังกล่าว เช่น อลูมิเนียมขัดเงาเหล็กชุบโครเมียม ทอง เงินและกระจกเงา เป็นต้น แต่ถ้าหากวัตถุมีผิวหยาบ แสงสะท้อนก็จะมีลักษณะกระจายกันดังรูปที่ 4.1 ข. เช่น ผนังฉาบปูนกระดาษขาว โดยทั่วไปวัตถุส่วนใหญ่จะเป็นแบบผสมขึ้นอยู่กับผิวนั้นมีความมันหรือหยาบ มากกว่า จะเห็นการสะท้อนแสงได้จากรูป 4.1 ก. และรูปที่ 4.1 ข.
รูป ก.การสะท้อนแสงบนวัตถุผิวเรียบ
รูป ข. การสะท้อนแสงผิวขรุขระ



กฎการสะท้อนแสง


1. รังสีตกกระทบ เส้นปกติและรังสีสะท้อนย่อมอยู่บนพื้นระนาบเดียวกัน

2. มุมในการตกกระทบย่อมโตเท่ากับมุมสะท้อน
แสดงกฎของการสะท้อนแสง

การหักเหของแสง (Refraction)

การหักเห หมายถึง การที่แสงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่งทำให้แนวลำแสงเกิด การเบี่ยงเบนไปจากแนวเดิม เช่น แสงผ่านจากอากาศไปยังน้ำ ดังแสดงในรูป
รูปแสดงลักษณะการเกิดหักเหของแสง

สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับการหักเหของแสง

- ความถี่ของแสงยังคงเท่าเดิม ส่วนความยาวคลื่น และความเร็วของแสงจะไม่เท่าเดิม

- ทิศทางการเคลื่อนที่ของแสงจะอยู่ในแนวเดิมถ้าแสงตำตั้งฉากกับผิวรอยต่อของ ตัวกลางจะไม่อยู่ในแนวเดิม ถ้าแสงไม่ตกตั้งฉากกับผิวรอยต่อของตัวกลาง ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของการหักเหของแสงเช่น แผ่นปิดหน้าโคมไฟ ซึ่งเป็นกระจกหรือพลาสติก เพื่อบังคับทิศทางของแสงไฟที่ออกจากโคมไปในทิศทางที่ต้องการ จะเห็นว่าแสงจากหลอดไฟจะกระจายไปยังทุกทิศทางรอบหลอดไฟแต่เมื่อผ่านแผ่นปิด หน้าโคมไฟแล้ว แสงจะมีทิศทางเดียวกัน เช่นไฟหน้ารถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ดังรูปที่ แสงที่ผ่านโคมไฟฟ้าหน้ารถยนต์มีทิศทางเดียวกัน

การกระจายแสง (Diffusion)

การกระจายแสง หมายถึง แสงขาวซึ่งประกอบด้วยแสงหลายความถี่ตกกระทบปริซึมแล้วทำให้เกิดการหักเหของ แสง 2 ครั้ง (ที่ผิวรอยต่อของปริซึม ทั้งขาเข้า และขาออก) ทำให้แสงสีต่าง ๆ แยกออกจากกันอย่างเป็นระเบียบเรียงตามความยาวคลื่นและความถี่ ที่เราเรียกว่า สเปกตรัม (Spectrum) รุ้งกินน้ำ เป็นการกระจายของแสง เกิดจากแสงขาวหักเหผ่านผิวของละองน้ำ ทำให้แสงสีต่าง ๆ กระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวด้านหลังของละอองน้ำแล้วหัก เหออกสู่อากาศ ทำให้แสงขาวกระจายออกเป็นแสงสีต่าง ๆ กัน แสงจะกระจายตัวออกเมื่อกระทบถูกผิวของตัวกลาง เราใช้ประโยชน์จากการกระจายตัวของลำแสง เมื่อกระทบตัวกลางนี้ เช่น ใช้แผ่นพลาสติกใสปิดดวงโคมพื่อลดความจ้าจากหลอดไฟหรือ โคมไฟชนิดปิดแบบต่าง ๆ
ภาพรุ้งกินน้ำ

การทะลุผ่าน (Transmission)
การ ทะลุผ่าน หมายถึงการที่แสงพุ่งชนตัวกลางแล้วทะลุผ่านมันออกไปอีกด้านหนึ่ง โดยที่ความถี่ไม่เปลี่ยนแปลงวัตถุที่มีคุณสมบัติการทะลุผ่านได้ เช่น กระจก ผลึกคริสตัล พลาสติกใส น้ำและของเหลวต่าง ๆ
การดูดกลืน (Absorbtion)
การ ดูดกลืน หมายถึง การที่แสงถูกดูดกลืนหายเข้าไปในตัวกลางดยทั่วไปเมื่อมีพลังงานแสงถูกดูดกลืน หายเข้าไปในวัตถุใด ๆเช่น เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องต้มน้ำพลังงานแสง และยังนำคุณสมบัติของการดูดกลืนแสงมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวจะดูดแสงน้อยกว่าสีดำ จะเห็นได้ว่าเวลาใส่เสื้อผ้าสีดำ อยู่กลางแดดจะทำให้ร้อนมากกว่าสีขาว การแทรกสอด (Interference) การ แทรกสอด หมายถึง การที่แนวแสงจำนวน 2 เส้นรวมตัวกันในทิศทางเดียวกัน หรือหักล้างกัน หากเป็นการรวมกัน ของแสงที่มีทิศทางเดียวกัน ก็จะทำให้แสงมีความสว่างมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าหักล้างกัน แสงก็จะสว่างน้อยลด การใช้ประโยชน์จากการสอดแทรกของแสง เช่น กล้องถ่ายรูปเครื่องฉายภาพต่าง ๆ และการลดแสงจากการสะท้อน ส่วนในงานการส่องสว่าง จะใช้ในการสะท้อนจากแผ่นสะท้อนแสง
สรุป คุณสมบัติ ต่าง ๆ ของแสงแต่ละคุณสมบัตินั้น เราสามารถนำหลักการมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น คุณสมบัติของการสะท้อนแสงของวัตถุ เรานำมาใช้ในการออกแบบแผ่นสะท้อนแสงของโคมไฟ การหักเหของแสงนำ มาออกแบบแผ่นปิดหน้าโคมไฟ ซึ่งเป็นกระจก หรือพลาสติกเพื่อบังคับทิศทางของแสงไฟ ที่ออกจากโคมไปในทิศที่ต้องการ การกระจายตัวของลำแสงเมื่อกระทบตัวกลางเรานำมาใช้ประโยชน์ เช่นใช้แผ่นพลาสติกใสปิดดวงโคมเพื่อลดความจ้าจากหลอดไฟ ต่าง ๆ การดูดกลืนแสง เรานำมาทำ เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ครื่องต้มพลังงานแสง และการแทรกสอดของแสง นำมาใช้ประโยชน์ในกล้องถ่ายรูป เครื่องฉายภาพต่าง ๆ จะเห็นว่าคุณสมบัติแสงดังกล่าวก็ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราทั้ง นั้น